การแพทย์ในสมัยอยุธยามีลักษณะการผสมผสานปรับประยุกต์มาจากการแพทย์ของอินเดีย

9

มนุษย์รู้จักรักษาตัวมาแต่ดึกดำบรรพ์ โดยสัญชาติญาณแห่งการธำรงไว้ซึ่งความอยู่รอดของตนเองได้มีอยู่ในตัวของมนุษย์ตั้งแต่เกิดมีมนุษย์มาในโลกนี้ การสาธารณสุขในยุคดั้งเดิมนี้ก็มีอยู่บ้าง แต่ส่วนมากจะเน้นด้านการแพทย์ ในยุคนี้คนเชื่อว่าโรคเกิดจากปรากฎการณ์ตามธรรมชาติ การที่มนุษย์จะพ้นจากโรคภัยไข้เจ็บได้ก็โดยการเซ่นไหว้ การบูชายันต์ เป็นต้น บุคคลสำคัญที่เริ่มงานทางด้านสาธารณสุข คือ พระพุทธเจ้า และหมอชีวกโกมารภัจจ์ ผู้เป็นหมอสมุนไพร พระพุทธเจ้าทรงเป็นนักการสาธารณสุขที่ยอดเยี่ยม เพราะท่านได้ทรงบัญญัติให้พระต้องดื่มน้ำจากเครื่องกรองน้ำ และห้ามพระสาวกของพระองค์ถ่ายอุจจาระ ปัสสาวะ ลงในแม่น้ำลำคลอง จากศิลาจารึกของอาณาจักรขอม ซึ่งจารึกไว้ว่าประมาณ พ.ศ. 1725 – 1729 พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลตามความเชื่อในพระพุทธศาสนา โดยสร้างสถานพยาบาล เรียกว่า อโรคยาศาลาขึ้น 102 แห่ง ในบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย และบริเวณใกล้เคียง

ยุคประวัติศาสตร์ สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 สมัย คือสมัยสุโขทัย การแพทย์ในสมัยสุโขทัย มีการค้นพบหินบดยาสมัยทวาราวดี ซึ่งเป็นยุคก่อนสมัยสุโขทัย และได้พบศิลาจารึกของพ่อชุนรามคำแหงบันทึกว่า ทรงสร้างสวนสมุนไพรชนาดใหญ่ไว้บนเขาหลวง หรือเขาสรรพยาซึ่งปัจจุบันอยู่ในเขตอำเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัยสำหรับให้ราษฎรได้เก็บสมุนไพร ไปใช้รักษาโรคในยามเจ็บป่วย ศิลาจารึกกล่าวว่า ความสมบูรณ์ของพืชพันธุ์ธัญญาหารว่า ป่าพร้าวก็หลายในเมือง ป่าลาวก็หลายในเมือง หมากม่วง ก็หลายในเมือง หมากขามก็หลายในเมืองในด้านอาหาร ศิลาจารึกว่า “ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว” แสดงถึงความสมบูรณ์ด้านอาหารโปรตีนและอาหารแป้งด้วย

ด้านการแพทย์ในสมัยอยุธยา มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ว่า การแพทย์ในสมัยอยุธยามีลักษณะการผสมผสาน ปรับประยุกต์มาจากการแพทย์ของอินเดียที่เรียกว่า อายุรเวทและการแพทย์ของจีน รวมทั้งความเชื่อทางไสยศาสตร์ และโหราศาสตร์ ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพของชุมชน แนวคิดหลักของการแพทย์ไทยเป็นแบบอายุรเวท ซึ่งมีเป้าหมายที่สภาวะสมดุลของธาตุ 4 อันเป็นองค์ประกอบของชีวิตผู้ที่จะเป็นแพทย์ได้ต้องมีวัตรปฏิบัติที่งดงามในทุกด้าน ด้านความกตัญญูรู้คุณครูบาอาจารย์นั้น แพทย์ไทยนับถือว่าครูดั้งเดิมคือพระฤาษีในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช พบบันทึกว่า มีระบบการจัดหายาที่ชัดเจน สำหรับประชาชนจะมีแหล่งจำหน่ายยาและสมุนไพรหลายแห่งทั้งในและนอกกำแพงเมืองมีการรวบรวมตำรับยาต่าง ๆ ขึ้นเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การแพทย์ไทย เรียกว่า ตำราพระโอสถพระนารายณ์

ระบบการทำงานของแพทย์และโรงพยาบาลทั้งเอกชนและรัฐบาล

คุณหมอส่วนใหญ่จะทำงานในโรงพยาบาลซึ่งแบ่งออกเป็นแผนกต่างๆ แล้วแต่ว่าจะทำงานในส่วนไหน ในกรณีที่เป็นการตรวจโรคทั่วไปการทำงานของหมอจะอยู่ในห้อง มีโต๊ะทำงานที่ใช้สำหรับตรวจและพูดคุยกับคนไข้ มีพยาบาลและผู้ช่วยคอยเป็นลูกมือในการทำงาน บรรยากาศก็จะเป็นการพบปะและสอบถามข้อมูลการรักษาคนไข้ ซึ่งจะแตกต่างกันไปในแต่ละราย มีการทำงานที่มีการพูดคุยเพื่อสร้างบรรยากาศที่ดีและไม่ทำให้เกิดสภาวะกดดันในการปฏิบัติหน้าที่  เมื่อทราบผลว่าผู้ไข้ป่วยเป็นอะไรก็จะส่งเรื่องไปตรวจยังแผนกต่างๆตามการรักษา   ซึ่งห้องทำงานของคุณหมอในแผนกต่างๆก็จะไม่เหมือนกันสภาพการทำงานของคุณหมอในโรงพยาบาลเอกชน โรงพยาบาลรัฐบาล และโรงพยาบาลต่างจังหวัด จะมีสภาพการทำงานที่แตกต่างกัน โรงพยาบาลรัฐบาล คนไข้ค่อนข้างเยอะทำให้มีเวลาในการรักษา หรือ ดูแลคนไข้ในแต่ละรายค่อนข้างน้อยเพื่อให้การรักษามีความทั่วถึง จึงเห็นได้ว่าแพทย์ในโรงพยาบาลรัฐบาลจะมีภาระหน้าที่รับผิดชอบเยอะ และได้แสดงศักยภาพทางการทำงานอย่างเต็มที่ มีการแบ่งหน้าที่ในการรักษาอย่างชัดเจนตามแผนกต่างๆ  งบประมาณการทำงานต่างๆจะขึ้นอยู่กับรัฐบาล

โรงพยาบาลเอกชน คนไข้น้อยกว่าเนื่องจากค่าใช้จ่ายในแต่ละครั้งค่อนข้างสูง มีการแบ่งหน้าที่ในการรักษาอย่างชัดเจนเช่นกัน  จะมีเรื่องงานบริการเข้ามาเกี่ยวข้องเพราะต้องดูแลคนไข้แต่ละรายอย่างใกล้ชิด มีเวลาอยู่กันคนไข้ค่อนข้างมาก จึงต้องมีจิตวิทยาในการพูดคุยกับคนไข้และญาติ ยกตัวอย่างเช่น หมอเด็กนอกเหนือจากการรักษาคนไข้แล้ว ยังต้องมีจิตวิทยาในการพูดคุยกับผู้ปกครองของเด็กให้เข้าใจในเรื่องการรักษาด้วยโรงพยาบาลต่างจังหวัด ส่วนใหญ่มีหมอรักษาการน้อย โดยเฉพาะต่างจังหวัดในอำเภอเล็กๆหรือห่างไกล คุณหมอหนึ่งท่านจะต้องรักษาคนไข้ได้ในหลากหลายอาการ และอาจมีหน้าที่นอกเหนือจากการเป็นหมอคือดูแลสิ่งที่ขาดเหลือในโรงพยาบาล ยกตัวอย่างเช่น แพทย์หญิง อนงค์พร ต้องไปรักษาการเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาล มีหมอประจำการเพียงสองคน ทำให้ต้องมีการผลัดกันเข้าเวรคนล่ะ 15 วันต่อเดือน และโรงพยาบาลแห่งนั้นยังไม่มีโรงอาหารเป็นสัดส่วน จึงต้องทำงบประมาณเพื่อสร้างโรงอาหารให้กับทางโรงพยาบาล การทำงานจะมีความท้าทายและต้องสามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างดี เพราะจะมีปัญหาในเรื่องของเครื่องมือ หรือ อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ไม่เพียงพอ คนไข้ที่อาการหนักเกินกว่าจะรักษาในโรงพยาบาลได้ ซึ่งถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดี

การให้บริการการแพทย์ฉุกเฉินเพื่อลดการสูญเสีย


ปัจจุบันในประเทศไทยนั้นมีการให้บริการด้านการแพทย์ฉุกเฉิน ซึ่งมีบริการครอบคลุมทั่วทุกจังหวัด เนื่องจากการบริการการแพทย์ฉุกเฉินสามารถตอบสนองความต้องการของประชาชน เพาะเมื่อเกิดป่วยฉุกเฉินจะได้ส่งตัวผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลได้อย่างรวดเร็ว
การทำงานของระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินประกอบด้วย
1.การเจ็บป่วยฉุกเฉินและการพบเห็น ที่เกิดขึ้นโดยไม่สามารถรับรู้ได้ล่วงหน้า ซึ่งสมารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ฉะนั้นการจัดการความรู้ให้ประชาชนมีความรู้ความสามารถติดสินใจแจ้งเมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นจึงเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างมาก เพราะจะได้ช่วยเหลือผู้ป่วยให้มาถึงได้อย่างรวดเร็ว
2.การแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือที่รวดเร็ว โดยการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างมาก การให้ข้อมูลที่ถูกต้อง จะช่วยให้ทำงานได้อย่างรวดเร็วขึ้น
3.การออกปฏิบัติการการแพทย์ฉุกเฉิน จะแบ่งออกเป็น 4 ระดับ ได้แก่ หน่วยปฏิบัติการฉุกเฉินระดับสูง หน่วยปฏิบัติการฉุกเฉินระดับกลาง หน่วยปฏิบัติการฉุกเฉินระดับต้น และหน่วยปฏิบัติการฉุกเฉินเบื้องต้น
4.การรักษาแบบฉุกเฉินตรงจุดเกิดเหตุเพื่อให้การดูแลรักษาได้อย่างเหมาะสมโดยจะเน้นการส่งผู้ป่วยให้ถึงโรงพยาบาลได้อย่างรวดเร็วที่สุด
5.การดูแลผู้ป่วยในระหว่างนำส่งโรงพยาบาล ในส่วนนี้เป็นสิ่งสำคัญทางเจ้าหน้าที่จะต้องดูแลผู้ป่วยไม่ให้เจ็บช้ำไปกว่าเดิม ทั้งนี้เจ้าหน้าที่จะต้องได้รับการฝึกอบรมเทคนิคต่างๆมาเป็นอย่างดี
6.การนำส่งโรงพยาบาล จะต้องพิจารณาว่าโรงพยาบาลที่จะส่งตัวผู้ป่วยไปนั้นเหมาะสมหรือไม่ โดยจะต้องคำนึงถึงระยเวลาและความพร้อมของโรงพยาบาลนั้นๆด้วย เพื่อจะทำให้เกิดการสูญเสียลดลง
ดังนั้นการบริการการแพทย์ฉุกเฉินจึงมีความสำคัญต่อการดูแลผู้ป่วยฉุกเฉินก่อนมาถึงโรงพยาบาลซึ่งเป็นการปฏิบัติการที่ช่วยให้ดูแลช่วยเหลือผู้ป่วยเบื้องต้นได้อย่างถูกต้องและตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว ทันการณ์ โดยจะเน้นการปฏิบัติงานเพื่อความปลอดภัยเป็นหลัก การให้ความช่วยเหลือที่รวดเร็ว ถูกต้อง รวมถึงการสื่อสารที่รวดเร็ว มีการบันทึกข้อมูลของผู้ป่วยที่ครบถ้วนและนำส่งอย่างปลอดภัย จะช่วยให้ผู้ป่วยมาถึงโรงพยาบาลอย่างทันท่วงที ทางแพทย์สามารถทราบข้อมูลต่างๆได้ทำให้สามารถรักษาผู้ป่วยได้อย่างรวดเร็ว ทั้งนี้จะช่วยลดปัญหาการเสียชีวิตลงไปได้ด้วย จะเห็นได้ว่าการให้บริการการแพทย์ฉุกเฉินนั้นมีความจำเป็นอย่างมาเลยทีเดียวเพราะอุบัติเหตุนั้นสามารถที่จะเกอดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลา หากไม่มีการให้บริการทางการแพทย์ฉุกเฉิน ก็อาจจะต้องสูญเสียประชากรของประเทศไปอีกมาก

โรงพยาบาลแห่งอาเซียน ให้บริการทางการแพทย์ เพื่อก้าวไกลไปสู่มาตรฐาน AEC

ในปี 2558 ประเทศไทยและอีก 9 ชาติเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ จะก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ซึ่งคือ การรวมตัวกันของ 10 ประเทศสมาชิกอาเซียน เพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองกับคู่ค้า และเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันทางด้านเศรษฐกิจระดับโลก รวมถึงมีการยกเว้นภาษีสินค้าบางชนิดให้กับประเทศสมาชิก เพื่อส่งเสริมให้ภูมิภาคมีความเจริญมั่งคั่ง มั่นคง ประชาชนอยู่ดีกินดี ซึ่งทั้งรัฐบาลและเอกชนไทยต่างเตรียมความพร้อมในทุกๆ ด้าน ทั้งบุคลากร เครื่องไม้เครื่องมือ มาตรฐานของสถานประกอบการ ทั้งนี้เพื่อรับมือการแข่งขัน ที่จะยิ่งเข้มข้นตามตลาดที่ใหญ่ขึ้น

การบริการด้านสาธารณสุขเป็นบริการนำร่องที่สำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจภาพรวม ซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งในภูมิภาคอาเซียน ที่มีความพร้อม มีศักยภาพ ตลอดจนความรู้ ความสามารถของแพทย์ที่มีชื่อเสียงในด้านต่าง ๆ จำนวนมาก สำหรับศูนย์กลางด้านการให้บริการสาธารณสุข หรือ Medical hub เป็นไปตามนโยบายรัฐบาลที่จัดทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางสุขภาพของนานาชาติ ในปี 2555-2559 เพื่อเป็นกรอบในการกำหนดรูปแบบแนวทางการดำเนินงานของศูนย์บริการ สุขภาพทั่วประเทศ และเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจไทยอีกด้านหนึ่ง มีเป้าหมายหลัก 4 เรื่อง ได้แก่
- การรักษาพยาบาล เช่น ทันตกรรม การรักษาโรคเฉพาะทาง การพำนักระยะยาว
- การส่งเสริมสุขภาพ เช่น สปา นวดเพื่อสุขภาพ
- ผลิตภัณฑ์สุขภาพและสมุนไพรไทยให้ได้มาตรฐานจีเอซีพี (GACP) ขององค์การอนามัยโลก และ
-การเพิ่มผลผลิตด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกส่งเสริมให้จัดตั้งโรงพยาบาลแพทย์แผนไทยหรือการแพทย์ทางเลือกทุกภูมิภาค ให้โรงพยาบาลทั้งรัฐและเอกชนเปิดคลินิกแพทย์แผนไทยในโรงพยาบาล

สำหรับบทบาทโรงพยาบาลในประเทศไทยเองเมื่อเข้าสู่ AEC จะต้องพยายามทำให้ได้มาตรฐานตามที่สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล(องค์การมหาชน) ได้รับรองจาก ISQua หรือ The International Society for Quality in Health Care ซึ่งเป็นองค์กรระหว่างประเทศที่ให้การรองรับหน่วยงานที่รับรองคุณภาพบริการสุขภาพในประเทศต่างๆทั่วโลก ซึ่งคิดว่าหากสามารถปฏิบัติตามมารตฐานได้จริงๆจะสามารถปรับให้เป็นที่ยอมรับของชาวต่างชาติได้ อีกส่วนที่สำคัญคือบุคคลากรที่มีความเหนื่อยล้าด้วยงานที่เพิ่มขึ้นเพราะปัจจุบันจำนวนผู้ป่วยมีอัตราเพิ่มสูงขึ้น โดยจากกรณีดังกล่าว อาจทำให้เกิดความผิดพลาดและปัญหาความผิดพลาดมักเกิดจากการกระจายงานที่ไม่ทั่วถึงทำให้บุคคลากรทำงานได้ไม่คลอบคลุมและรอบคอบอีกทั้งยังส่งผลให้การปฏิบัติงานเกิดความล่าช้า

ในปัจจุบันประเทศไทยได้รับการกล่าวขวัญในหมู่ชาวต่างชาติที่มีความต้องการได้รับการรักษาว่าเป็น ศูนย์กลางทางการแพทย์ในภูมิภาคเอเชีย โดยปัจจัยส่งเสริมที่สำคัญ ได้แก่ การมีเครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัยและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ การที่เดินทางเข้าประเทศได้อย่างไม่ลำบาก ค่าใช้จ่ายที่ไม่แพง และความมีอัธยาศัยดีจากผู้ให้บริการ นอกเหนือจากนี้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวหลักอยู่แล้ว โดยมีการท่องเที่ยว ทางทะเล ภูเขา ศิลปะและวัฒนธรรม อาหาร ความบันเทิง และแหล่งซื้อของต่างๆ ซึ่งสามารถรองรับเหล่านักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการทางการแพทย์ได้

บริการตรวจเช็คสุขภาพประจำปีด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย

การดูแลสุขภาพตนเอง

เป็นกระบวนการที่บุคคลกระทำกิจกรรมต่างๆที่เป็นการส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันการเกิดโรคและการเจ็บป่วย การรักษาอาการผิดปกติและการเจ็บป่วย เป็นมิติหนึ่งทางสุขภาพที่มีความสำคัญมากที่จะช่วยให้เราดำรงชีวิตอยู่อย่างปกติสุข เป็นภาวะแห่งความสมบูรณ์และความสมดุลของบุคคลทั้งร่างกาย จิตใจ อารมณ์และสังคม รวมทั้งสภาวะที่ปราศจากโรคและความพิการ และการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับคนอื่นในสังคมอย่างปกติสุข การมีสุขภาพดีเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงการมีคุณภาพชีวิตที่ดีอันเป็นผลมาจากการมีพฤติกรรมสุขภาพที่ดี รวมทั้งการมีปฏิสัมพันธ์กับสภาพแวดล้อมได้อย่างถูกต้องเหมาะสม

บริการการตรวจสุขภาพประจำปี

มีความสำคัญมากต่อการดูแลสุขภาพ เพราะสามารถทำให้ผู้รับการตรวจทราบถึงปัญหาสุขภาพที่อาจมีได้อย่างทันท่วงที ด้วยอุปกรณ์และเทคโนโลยีที่ทันสมัยให้ผลการตรวจที่แม่นยำ พร้อมดูแลและให้บริการตรวจสุขภาพพร้อมให้คำแนะนำในการรักษาสุขภาพให้แข็งแรง เพื่อการดำเนินชีวิตที่มีความสุข โรงพยาบาลมีโปรแกรมตรวจสุขภาพที่หลากหลายที่เหมาะสมสำหรับบุคคลทุกเพศทุกวัย โดยมีบุคลากรผู้เชี่ยวชาญพร้อมให้คำแนะนำและจัดสรรโปรแกรม ที่เหมาะสมสำหรับท่าน

บริการตรวจสุขภาพแก่ประชาชน ผู้ที่รักและดูแลเอาใจใส่สุขภาพทั้งรายบุคคลและบุคลากรขององค์กรต่างๆโดยใส่ใจในรายละเอียดของแต่ละบุคคลตามปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคที่แตกต่างกัน ภายใต้มาตรฐานการแพทย์ระดับสากล และให้บริการด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย โดยเน้นการบริการเบ็ดเสร็จในจุดเดียว ซึ่งภายในโรงพยาบาลจะมีส่วนบริการที่จัดไว้สำหรับการตรวจร่างกาย ตรวจเลือด เอกซเรย์ อัลตราซาวด์ แมมโมแกรม ตรวจมวลกระดูก เป็นต้น โปรแกรมการตรวจหลากหลายที่เหมาะสำหรับบุคลากรทุกกลุ่มอายุ

ด้วยการแข่งขันในการดำรงชีวิตในปัจจุบัน และมลภาวะที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ร่างกายจึงต้องต่อสู้กับสิ่งที่ก่อให้เกิดโรคเพิ่มขึ้น การดูแลรักษาร่างกายให้ระบบต่างๆสามารถทำงานประสานกันเป็นอย่างปกติ เป็นเรื่องสำคัญที่ควรคำนึงถึง หากมีการตรวจเช็คสุขภาพเป็นระยะ เพื่อให้สิ่งผิดปกติก่อนที่จะแสดงอาการ ซึ่งเป็นระยะที่ผลการรักษาได้ผลดีกว่า การปล่อยให้โรคลุกลามจนยากที่จะแก้ไขจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำอย่างยิ่ง การได้พบแพทย์และได้รับการตรวจสุขภาพประจำปีจึงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับคนทุกวัย โดยเฉพาะผู้ที่อ้างว่ามีภาระมากมายที่ต้องทำจนไม่มีแม้แต่เวลาที่จะดูแลตนเองให้มีสุขภาพที่ดี

การบริการทางโรงพยาบาลและแพทย์ในปัจจุบันเมื่อเปรียบเทียบกับบริการด้านอื่น

9

กับดักข้อแรกที่มักละเลยก่อนสร้างบริการให้โดนใจ คือการค้นหา รากเหง้าของจิตสำนึกในการให้บริการพนักงานของเราเอง ว่าอยู่ในระดับไหนก่อนหลายธุรกิจเริ่มต้นธุรกิจโดยไม่เคยคิดปลูกฝังค่านิยมหรือภาพปลายทางแห่งความสำเร็จของหัวใจบริการ โอกาสสำเร็จในธุรกิจบริการของท่านคงเหนื่อยเต็มที ตัวอย่างธุรกิจบริการด้านสุขภาพที่นักธุรกิจชอบ ซื้อกิจการโรงพยาบาลเพื่อยกระดับการให้บริการสำหรับลูกค้าชั้นดีและลูกค้าผู้ถือบัตรประกันสังคม หรือบัตรทอง 30 บาทส่วนใหญ่พนักงานผู้ให้บริการมักไม่ค่อยมีความสุขในการให้บริการ เนื่องจากขาดจิตสำนึกที่ดีลืมนึกไปว่าถ้าพ่อแม่พี่น้องเราหรือญาติของเราป่วยขึ้นมา เราก็ต้องดูแลเช่นกัน ถ้าพนักงานทุกคนคิดว่าการช่วยเหลือให้ผู้มารับบริการในโรงพยาบาลเหมือนพ่อแม่พี่น้องญาติของเราสักนิด ทำให้ทุกคนอบอุ่นขึ้นอีกหน่อย ก็จะช่วยสร้างมิตรภาพที่ดีและบรรยากาศใหม่ในการให้บริการ ทำให้ทุกคนที่มาโรงพยาบาลมีความสุขมากขึ้น หรือการปลูกฝังให้พนักงานทุกคนรักกันมากขึ้นสักนิด เวลาลูกค้าโวยวายขึ้นมาพนักงานทุกคนก็จะยินดีรับฟังลูกค้ามากขึ้นก่อนจะให้ข้อมูลเพิ่มเติม แค่นี้ก็ทำให้การบริการของโรงพยาบาลท่านดีขึ้นอย่างมากโดยไม่ต้องลงทุนสร้างโรงพยาบาลให้ใหญ่โตหรือจ้างพนักงานแพงๆ โดยการซื้อตัวมาจากคู่แข่ง เพราะต้นทุนเหล่านี้ไม่ได้ช่วยให้ลูกค้ามีความพอใจมากขึ้น เนื่องจากบริการของเรายังไม่ถึงมาตรฐานความพอใจขั้นต่ำที่ลูกค้าอยากได้นั่นเอง หลายโรงพยาบาลเอกชนที่ผู้บริหารเป็นแพทย์หรือพยาบาลมาก่อนจะเข้าใจการปลูกจิตสำนึกที่ดีให้พนักงานทุกคนก่อนให้บริการลูกค้าทำให้สามารถสร้างความประทับใจลูกค้าที่มาใช้บริการได้มากกว่าผู้บริหารที่ไม่เข้าใจการสร้างจิตสำนึกที่ดีให้กับพนักงานด่านหน้า โรงพยาบาลเหล่านี้จึงสามารถขยายธุรกิจได้อย่างต่อเนื่องภายในเวลา 5 ปี อาทิ โรงพยาบาลบีแคร์, โรงพยาบาลเวชธานี, โรงพยาบาลกรุงเทพ เป็นต้น ตัวชี้วัดที่สำคัญของความสำเร็จธุรกิจสุขภาพ คือ กำไรที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากลูกค้าประจำที่บอกต่อๆ กัน จนทำให้มีลูกค้าใหม่อย่างต่อเนื่องจนล้นโรงพยาบาลนั่นเอง

สำหรับธุรกิจสปาหรืออายุรเวทที่เน้นการคลายความเครียดให้ลูกค้าหรือช่วยบำบัดอาการปวดเมื่อยทางร่างกาย หัวใจสำคัญที่ทำให้ธุรกิจขยายตัวได้อย่างรวดเร็วและมีกำไร นอกจากจะต้องมีความรู้ด้านอายุรเวทหรือหรือเข้าใจกลไกธรรมชาติของร่างกายที่จะรับสิ่งที่เป็นธรรมชาติเท่านั้นสิ่งไหนที่ไม่เป็นธรรมชาติจะถูกร่างกายกำจัดทิ้งหรือฝังตัวอยู่ในเม็ดเลือดแดงแล้ว ผู้บริหารยังต้องรู้จักปลูกจิตสำนึกที่ดีของผู้ให้บริการทุกคนตั้งแต่ หมอนวด, แม่บ้าน, พนักงานต้อนรับให้เข้าใจหลักการของการสร้างสุขภาพที่ดีให้ลูกค้าและการคลายความเครียดที่เป็นขั้นตอนในคอร์สต่างๆ ของการบำบัด ดังนั้นลูกค้าที่มาใช้บริการจะประทับใจทุกครั้งที่ได้ข้อมูลการดูแลสุขภาพ มีความสุขที่ได้พบหน้าพนักงานที่รู้จักสอดแทรกให้ความรู้ที่ถูกต้องให้ลูกค้าเข้าใจกลไกการบำบัดร่างกายโดยธรรมชาติและแนะนำการใช้น้ำมันนวดที่เหมาะสมกับร่างกาย (ปัจจุบันขายกันแต่กลิ่นหอมทางใจ ซึ่งไม่ได้ช่วยคลายพิษหรือช่วยกำจัดพิษในร่างกายตามหลักอายุรเวท) เมื่อลูกค้าหายหรืออาการดีขึ้นอย่างถาวร ลูกค้าก็จะบอกต่อๆ กันไปอีกหลายสิบคน บางครั้งการดูแลลูกค้าอย่างดีจนมีอาการดีขึ้นเพียงไม่กี่คนก็เป็นกระบอกเสียงอย่างดีในการช่วยแนะนำบอกต่ออีกหลายร้อยคนครับ ดังนั้นการสร้างจิตสำนึกที่ดีในการให้บริการของพนักงานทุกคนจึงมีความสำคัญมากที่สุดก่อนจะเริ่มสร้างบริการให้โดนใจลูกค้า

อุตสาหกรรมการบริการทางการแพทย์เชิงท่องเที่ยว

ในปัจจุบันการบริการทางการแพทย์เชิงท่องเที่ยวของประเทศไทยนั้นมีความเจริญก้าวหน้าเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีจำนวนคนไข้ต่างชาติมารับการรักษาพยาบาลในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก แต่ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเป็นชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ที่ประเทศไทย หรือ ชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาเพื่อรับการรักษาหรือเป็นนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเพื่อการพักผ่อนแล้วเกิดป่วยขึ้นมา จึงส่งผลให้อุตสาหกรรมการบริการทางการแพทย์มีรายได้เพิ่มขึ้น ในส่วนนี้จึงทำให้ประเทศไทยกลายเป็นผู้นำทางด้านการแพทย์เชิงท่องเที่ยวของเอเชีย

ความนิยมการบริการทางการแพทย์เชิงท่องเที่ยวของประเทศไทย มีดังนี้
1.ระบบการรักษาพยาบาลด้วยการแพทย์ของประเทศไทย เจริญก้าวหน้า มีเครื่องไม้เครื่องมือที่ทันสมัยแพทย์จำนวนมากจบมาจากเมืองนอกซึ่งมีความรู้ความสามารถ มีประสิทธิภาพในการรักษา อย่างเช่น การนวดแผนโบราณ สปา การประคบ แพทย์แผนไทยและสมุนไพร
2.ไม่ต้องรอคิวเป็นเวลานานและราคาก็ไม่แพงจนเกินไป
3.มีโรงพยาบาลที่รับคนไข้โดยมีการดูแลเป็นอย่างดี จะคอยประสานงานและช่วยจัดการเรื่องต่างๆให้กับคนไข้
4.ที่ตั้งของประเทศไทยสามารถเดินทางได้สะดวกเพราะมีสายการบินที่คอยอำนวยความสะดวกจากทั่วโลก
5.ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐในการส่งเสริมทางการแพทย์เชิงท่องเที่ยว
6.มีการขยายโรงพยาบาลเพื่อรับคนไขการแพทย์เชิงท่องเที่ยวทั้งในส่วนของเอกชนและรัฐบาล นอกจากนี้ยังมีการขยายคลินิกคนไข้การแพทย์เชิงท่องเที่ยวเพื่อให้การติดต่อที่สะดวกอีกด้วย เช่น สนามบิน และสถานที่ท่องเที่ยว

ฉะนั้นการที่ประเทศไทยจะเป็นประเทศชั้นนำทางการบริการทางแพทย์เชิงท่องเที่ยวนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับความร่วมมือจากภาครัฐเพื่อให้บริการทางแพทย์เชิงท่องเที่ยวเป็นที่น่าสนใจทำให้ชาวต่างชาติเข้ามาใช้บริการอย่างมาก และจะส่งผลดีต่อภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทยได้อีกด้วย เพราะหากมีชาวต่างชาติ นิยมที่จะเข้ามาเที่ยวประเทศไทยเพิ่มขึ้น ก็จะสามารถช่วยให้คนในประเทศไทยสร้างรายได้ นอกจากนี้แล้วประเทศไทยยังมีความโด่งดังทางวัฒนธรรมไม่ว่าจะเป็น วิถีชีวิต ค่านิยม การแต่งกาย นิสัยใจคอ รวมทั้งยังมีสถาปัตยกรรมต่างๆอีกมากมาย และขนบธรรมเนียมประเพณี ฉะนั้นภาครัฐและเอกชนจึงควรส่งเสริมวัฒนธรรมไทยให้โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ เพราะจะเป็นการช่วยในการสนับสนุนการแพทย์เชิงท่องเที่ยวได้ด้วย

ปัจจัยหลักที่ส่งผลทำให้ชาวต่างชาติเลือกใช้บริการด้านการแพทย์และรักษาโรงพยาบาลในไทย

แพทย์เฉพาะทาง

เนื่องจากชาวต่างชาติต้องการแสวงหาทางเลือกในการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ที่เกิดจากการเจ็บป่วยจากโรคภัยต่างๆ ในขณะที่บริการรักษาพยาบาลในประเทศของตนไม่เพียงพอ หรือมีปัญหาด้านมาตรฐานการรักษาพยาบาล และต้องรอคิวนานจนไม่มั่นใจในคุณภาพชีวิตที่มีอยู่ โดยต้องการแสวงหาทางออกด้วยการเลือกใช้บริการรักษาพยาบาลในต่างประเทศ ซึ่งประเทศไทยมีปัจจัยที่เพิ่มโอกาสในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้แก่ชาวต่างชาติที่ต้องการเข้ามารักษาพยาบาลในประเทศไทย ดังนี้

1.บริการที่ปลอดภัยและการรักษาพยาบาลที่ดีเลิศ รวมทั้งการบริการดูแลและอาหารที่มีคุณภาพทำให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็ว
2.ในส่วนของค่ารักษาพยาบาล
3.สถานพยาบาลโดยเฉพาะโรงพยาบาลเอกชนมีมาตรฐานสากล
4.มหาวิทยาลัยที่มีคณะแพทย์ศาสตร์ มีบทบาทเป็นศูนย์กลางการแพทย์เฉพาะทางที่มีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับระดับนานาชาติ เช่น โรงพยาบาลศิริราช โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์นอกจากนี้ยังมีผลงานโครงการวิจัยทางการแพทย์ที่ได้รับการยอมรับและได้รับความสนใจสูงจากนักวิชาการแพทย์ในระดับนานาชาติ
5.มีสถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติที่ผลิตบุคลากรทางการแพทย์ที่มีมาตรฐานสู่อุตสาหกรรมการแพทย์ เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
6.เป็นแหล่งท่องเที่ยวชั้นนำอันดับต้นแห่งหนึ่ง ซึ่งการเดินทางมาประเทศไทยสะดวกมีบริการด้านการเดินทางท่องเที่ยวพร้อมอำนวยความสะดวกด้านการเดินทางให้แก่นักท่องเที่ยวจากประเทศต่างๆ ทั่วโลก
7.บริการและธุรกิจบริการด้านการแพทย์ในประเทศไทยมีความหลากหลาย และมีแบบผสมผสานให้คนไข้ชาวต่างประเทศเลือกใช้บริการตามความต้องการและเหมาะสม ที่อยู่ในการดูแลของแพทย์
8.มีกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพและธุรกิจบริการที่ให้บริการกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพแบบองค์รวม ให้ชาวต่างประเทศเลือกใช้บริการ เช่น สปา นวดแผนไทย กิจกรรมการดูแลสุขภาพ การฟื้นฟูผู้สูงอายุ
9.ผลิตภัณฑ์สุขภาพและสมุนไพรไทยที่ผลิตโดยผู้ประกอบการไทยมีคุณภาพได้มาตรฐาน ที่สถานประกอบการได้รับมาตรฐานการผลิตและมีองค์การอาหารและยา (อย.) ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้กระทรวงสาธารณสุข ที่คอยควบคุมดูแลให้เป็นที่น่าเชื่อถือ

ด้วยเหตุนี้ชาวต่างชาติจึงสนใจที่จะเข้ามาบริการรักษาตัวในประเทศไทยเพิ่มขึ้น เพราะมีความเชื่อมั่นและยอมรับในคุณภาพของการรักษาพยาบาล อีกทั้งประทับใจในความสุภาพอ่อนโยนและความเอาใจใส่ของบุคลากรที่เกี่ยวข้องในการให้บริการ

 

การให้บริการทางด้านการแพทย์และโรงพยาบาลของไทยให้เป็นที่ต้องการของชาวต่างชาติ

สร้างระบบการให้บริการทางด้านการแพทย์และทางด้านสุขภาพของไทยให้เป็นที่ต้องการของชาวต่างชาติ ให้ชาวต่างชาติเข้ามารับบริการทางการแพทย์ หรือการดูแลสุขภาพ นำมาซึ่งรายได้เข้าประเทศโดยเฉพาะการบริการทางการแพทย์ ได้ตั้งเป้าหมายไว้ มีเงินเข้าประเทศทางด้านนี้สูงถึง 80,000 ล้านบาท

p51เมื่อพิจารณาพบว่า ประเทศไทยนับว่าเป็นประเทศที่มีโครงสร้างพื้นฐานที่มีศักยภาพด้านการแพทย์ และมีศักยภาพในการลงทุนด้านนี้ ทั้งในส่วนของการวิจัยและพัฒนา และโอกาสทางการตลาด ไทยมีศักยภาพในด้านการทดลองทางการแพทย์ อุตสาหกรรมชุดตรวจวินิจฉัย การบริการทางการแพทย์ และ life science ทำให้ได้รับความสนใจจากต่างชาติเป็นอย่างมาก เพราะหากเทียบมาตรฐานทางด้านการให้การรักษาพยาบาลนั้น ประเทศไทยของเราไม่เป็นรองใคร วัดได้จากจำนวนคนไข้ที่เข้ามารับการรักษาพยาบาลในประเทศไทยที่มีจำนวนมากถึง ปีละ ๑.๕ ล้านรายจากทั่วโลก และล้วนเป็นคนไข้ที่มีฐานะดี หากคนกลุ่มนี้ไม่มั่นใจในมาตรฐานการรักษาพยาบาลของเรา คงไม่เลือกที่จะมารับการรักษาที่ประเทศไทย ซึ่งไทยเองไม่เพียงแต่มีบริการที่ดี แต่ยังมีวัฒนธรรมการต้อนรับที่ดี เป็นเมืองยิ้ม ต่างชาติจึงมุ่งมาประเทศไทย

นอกจากนี้ ประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพมากที่สุดในโลก และสามารถเพิ่มมูลค่าจากการรักษาโรคให้ชาวต่างประเทศได้มากขึ้นอีก ด้วยเทคโนโลยีที่สูงขึ้น มีบริการที่ดีขึ้น ไทยจึงมีความได้เปรียบด้านนี้อย่างหลากหลาย สามารถพัฒนาอุตสาหกรรมสุขภาพได้มากขึ้น โดยชวนให้ชาวต่างชาติมาลงทุนทำธุรกิจด้านดังกล่าว

จุดแข็งโรงพยาบาลไทย
ข้อได้เปรียบหรือจุดแข็งของโรงพยาบาลไทย มี 3 ประเด็นใหญ่ๆ คือ 1.ความสามารถในการรักษาของแพทย์ไทยที่ไม่เป็นสองรองใคร 2.ราคาไม่แพง หากเปรียบเทียบกับระดับมาตรฐานการรักษาเดียวกัน ไทยถือว่ามีประสิทธิภาพในการรักษาสูงติดอันดับโลก และ 3. เป็นเรื่องของการให้บริการ ที่ดีของไทย ซึ่งบุคลากรทางการแพทย์ของไทยเป็นจึงเป็นที่ชื่นชอบของชาวต่างชาติมาก เรื่องยิ้มแย้มมิตรไมตรีต่างๆ เมื่อมีการให้คะแนน ไทยจึงเป็นที่หนึ่งมาตลอด

อย่างไรก็ตาม หากประเทศไทยจะก้าวสู่การเป็น เมดิคัลฮับสิ่งแรกที่รัฐบาลจะต้องทำ คือการลดขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองของคนที่จะเข้ามารับบริการหรือการรักษาพยาบาลในประเทศไทย เช่น การทำวีซ่าจะต้องไม่ยุ่งยาก และเรื่องของระยะเวลาที่ให้อยู่ในประเทศไทย เพราะคนต้องการเข้ามารักษานั้น ปกติต้องเป็นคนเจ็บคนป่วย แต่ในอนาคต เชื่อว่าคนจะป้องกันมากกว่าการรักษาพยาบาล ดังนั้น เมื่อคนต่างชาติเข้ามารับการตรวจเช็คร่างกาย ตรวจสุขภาพ มารับบริการการแพทย์ทางเลือกต่าง ๆ จึงอยากให้ทำการแยกระหว่างโรงพยาบาล การรักษาพยาบาลอย่างเดียว จะทำให้จำนวนของชาวต่างชาติที่เข้ามารับการรักษาพยาบาลมากขึ้น และช่องทางนี้จะเป็นช่องทางสำคัญในการช่วยเรียกเม็ดเงินเข้าประเทศได้เป็นจำนวนมหาศาล ทั้งนี้เนื่องจากการระยะเวลาของการพักฟื้นของผู้ป่วยที่มารับการรักษาพยาบาลในเมืองไทยยิ่งนานขึ้นเท่าไหร่ ก็หมายถึงรายได้เข้าประเทศมากขึ้นนั่นเอง

 

อุตสาหกรรมบริการทางการแพทย์และโรงพยาบาล

 

อุตสาหกรรมบริการทางการแพทย์นับเป็นอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญต่อประเทศเป็นอย่างมาก ทั้งในแง่ของการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โรงพยาบาลในประเทศไทยมีศักยภาพและมาตรฐานการรักษาพยาบาลที่เป็นเลิศจนได้รับ การยอมรับในระดับสากล โดยมีตัวเลขสถิติชาวต่างชาติเดินทางเข้ามารับบริการทางการแพทย์ในประเทศไทย ปีละไม่ต่ำกว่า 2 ล้านคน สามารถสร้างรายได้เข้าประเทศมากกว่า 1 แสนล้านบาทต่อปี รัฐบาลได้ประกาศนโยบายเมดิคัลฮับที่จะสนับสนุนและส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็น ศูนย์กลางทางการแพทย์ในภูมิภาค มีเป้าหมายที่จะสามารถสร้างรายได้เข้าประเทศเป็นเงินไม่ต่ำกว่าแปดแสนล้านบาทในช่วงระยะเวลา 5 ปี

ในขณะที่ความก้าวหน้าทางการแพทย์ได้มีการพัฒนาเป็นอย่างมาก เทคโนโลยีสารสนเทศได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการให้บริการทางการแพทย์ในทุกขั้น ตอน การรักษาความมั่นคงและความปลอดภัยของระบบสารสนเทศทางการแพทย์จึงมีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะหากเกิดความผิดพลาดจะส่งผลกระทบต่อสวัสดิภาพและความปลอดภัยของผู้รับบริการได้เป็นวงกว้าง รัฐบาลในหลายประเทศได้มีการออกกฎหมายพิเศษเพื่อกำกับดูแลมาตรฐานการรักษา ความปลอดภัยของระบบสารสนเทศทางการแพทย์เป็นการเฉพาะเพื่อเป็นการรับประกันความปลอดภัยของประชาชน

สำหรับในประเทศไทยก็ได้มีการเล็งเห็นถึงความสำคัญของการรักษาความปลอดภัย ของระบบสารสนเทศทางการแพทย์ มีการออกพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยวิธีการแบบปลอดภัยในการทำธุรกรรมทาง อิเล็กทรอนิกส์ พุทธศักราช 2553 กำหนดแนวทางมาตรฐานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบสารสนเทศของหน่วยงานที่ เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ ซึ่งการให้บริการทางการแพทย์ถูกจัดอยู่ในประเภทหน่วยงานที่มีความสำคัญยิ่งยวด จำเป็นต้องมีแนวทางการปฏิบัติที่เข้มงวด แต่เนื่องจากการให้บริการทางการแพทย์มีความสลับซับซ้อนที่มีลักษณะพิเศษเฉพาะ ที่ค่อนข้างจะแตกต่างกับอุตสาหกรรมอื่น   ประกอบกับเทคโนโลยีทางการแพทย์มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดความสับสนในแนวทางการปฎิบัติ ทั้งกับหน่วยงานผู้ให้บริการทางการแพทย์ และหน่วยงานที่ควรจะมีหน้าที่กำกับดูแล