การให้บริการทางด้านการแพทย์และโรงพยาบาลของไทยให้เป็นที่ต้องการของชาวต่างชาติ

สร้างระบบการให้บริการทางด้านการแพทย์และทางด้านสุขภาพของไทยให้เป็นที่ต้องการของชาวต่างชาติ ให้ชาวต่างชาติเข้ามารับบริการทางการแพทย์ หรือการดูแลสุขภาพ นำมาซึ่งรายได้เข้าประเทศโดยเฉพาะการบริการทางการแพทย์ ได้ตั้งเป้าหมายไว้ มีเงินเข้าประเทศทางด้านนี้สูงถึง 80,000 ล้านบาท

p51เมื่อพิจารณาพบว่า ประเทศไทยนับว่าเป็นประเทศที่มีโครงสร้างพื้นฐานที่มีศักยภาพด้านการแพทย์ และมีศักยภาพในการลงทุนด้านนี้ ทั้งในส่วนของการวิจัยและพัฒนา และโอกาสทางการตลาด ไทยมีศักยภาพในด้านการทดลองทางการแพทย์ อุตสาหกรรมชุดตรวจวินิจฉัย การบริการทางการแพทย์ และ life science ทำให้ได้รับความสนใจจากต่างชาติเป็นอย่างมาก เพราะหากเทียบมาตรฐานทางด้านการให้การรักษาพยาบาลนั้น ประเทศไทยของเราไม่เป็นรองใคร วัดได้จากจำนวนคนไข้ที่เข้ามารับการรักษาพยาบาลในประเทศไทยที่มีจำนวนมากถึง ปีละ ๑.๕ ล้านรายจากทั่วโลก และล้วนเป็นคนไข้ที่มีฐานะดี หากคนกลุ่มนี้ไม่มั่นใจในมาตรฐานการรักษาพยาบาลของเรา คงไม่เลือกที่จะมารับการรักษาที่ประเทศไทย ซึ่งไทยเองไม่เพียงแต่มีบริการที่ดี แต่ยังมีวัฒนธรรมการต้อนรับที่ดี เป็นเมืองยิ้ม ต่างชาติจึงมุ่งมาประเทศไทย

นอกจากนี้ ประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพมากที่สุดในโลก และสามารถเพิ่มมูลค่าจากการรักษาโรคให้ชาวต่างประเทศได้มากขึ้นอีก ด้วยเทคโนโลยีที่สูงขึ้น มีบริการที่ดีขึ้น ไทยจึงมีความได้เปรียบด้านนี้อย่างหลากหลาย สามารถพัฒนาอุตสาหกรรมสุขภาพได้มากขึ้น โดยชวนให้ชาวต่างชาติมาลงทุนทำธุรกิจด้านดังกล่าว

จุดแข็งโรงพยาบาลไทย
ข้อได้เปรียบหรือจุดแข็งของโรงพยาบาลไทย มี 3 ประเด็นใหญ่ๆ คือ 1.ความสามารถในการรักษาของแพทย์ไทยที่ไม่เป็นสองรองใคร 2.ราคาไม่แพง หากเปรียบเทียบกับระดับมาตรฐานการรักษาเดียวกัน ไทยถือว่ามีประสิทธิภาพในการรักษาสูงติดอันดับโลก และ 3. เป็นเรื่องของการให้บริการ ที่ดีของไทย ซึ่งบุคลากรทางการแพทย์ของไทยเป็นจึงเป็นที่ชื่นชอบของชาวต่างชาติมาก เรื่องยิ้มแย้มมิตรไมตรีต่างๆ เมื่อมีการให้คะแนน ไทยจึงเป็นที่หนึ่งมาตลอด

อย่างไรก็ตาม หากประเทศไทยจะก้าวสู่การเป็น เมดิคัลฮับสิ่งแรกที่รัฐบาลจะต้องทำ คือการลดขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองของคนที่จะเข้ามารับบริการหรือการรักษาพยาบาลในประเทศไทย เช่น การทำวีซ่าจะต้องไม่ยุ่งยาก และเรื่องของระยะเวลาที่ให้อยู่ในประเทศไทย เพราะคนต้องการเข้ามารักษานั้น ปกติต้องเป็นคนเจ็บคนป่วย แต่ในอนาคต เชื่อว่าคนจะป้องกันมากกว่าการรักษาพยาบาล ดังนั้น เมื่อคนต่างชาติเข้ามารับการตรวจเช็คร่างกาย ตรวจสุขภาพ มารับบริการการแพทย์ทางเลือกต่าง ๆ จึงอยากให้ทำการแยกระหว่างโรงพยาบาล การรักษาพยาบาลอย่างเดียว จะทำให้จำนวนของชาวต่างชาติที่เข้ามารับการรักษาพยาบาลมากขึ้น และช่องทางนี้จะเป็นช่องทางสำคัญในการช่วยเรียกเม็ดเงินเข้าประเทศได้เป็นจำนวนมหาศาล ทั้งนี้เนื่องจากการระยะเวลาของการพักฟื้นของผู้ป่วยที่มารับการรักษาพยาบาลในเมืองไทยยิ่งนานขึ้นเท่าไหร่ ก็หมายถึงรายได้เข้าประเทศมากขึ้นนั่นเอง

 

อุตสาหกรรมบริการทางการแพทย์และโรงพยาบาล

 

อุตสาหกรรมบริการทางการแพทย์นับเป็นอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญต่อประเทศเป็นอย่างมาก ทั้งในแง่ของการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โรงพยาบาลในประเทศไทยมีศักยภาพและมาตรฐานการรักษาพยาบาลที่เป็นเลิศจนได้รับ การยอมรับในระดับสากล โดยมีตัวเลขสถิติชาวต่างชาติเดินทางเข้ามารับบริการทางการแพทย์ในประเทศไทย ปีละไม่ต่ำกว่า 2 ล้านคน สามารถสร้างรายได้เข้าประเทศมากกว่า 1 แสนล้านบาทต่อปี รัฐบาลได้ประกาศนโยบายเมดิคัลฮับที่จะสนับสนุนและส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็น ศูนย์กลางทางการแพทย์ในภูมิภาค มีเป้าหมายที่จะสามารถสร้างรายได้เข้าประเทศเป็นเงินไม่ต่ำกว่าแปดแสนล้านบาทในช่วงระยะเวลา 5 ปี

ในขณะที่ความก้าวหน้าทางการแพทย์ได้มีการพัฒนาเป็นอย่างมาก เทคโนโลยีสารสนเทศได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการให้บริการทางการแพทย์ในทุกขั้น ตอน การรักษาความมั่นคงและความปลอดภัยของระบบสารสนเทศทางการแพทย์จึงมีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะหากเกิดความผิดพลาดจะส่งผลกระทบต่อสวัสดิภาพและความปลอดภัยของผู้รับบริการได้เป็นวงกว้าง รัฐบาลในหลายประเทศได้มีการออกกฎหมายพิเศษเพื่อกำกับดูแลมาตรฐานการรักษา ความปลอดภัยของระบบสารสนเทศทางการแพทย์เป็นการเฉพาะเพื่อเป็นการรับประกันความปลอดภัยของประชาชน

สำหรับในประเทศไทยก็ได้มีการเล็งเห็นถึงความสำคัญของการรักษาความปลอดภัย ของระบบสารสนเทศทางการแพทย์ มีการออกพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยวิธีการแบบปลอดภัยในการทำธุรกรรมทาง อิเล็กทรอนิกส์ พุทธศักราช 2553 กำหนดแนวทางมาตรฐานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบสารสนเทศของหน่วยงานที่ เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ ซึ่งการให้บริการทางการแพทย์ถูกจัดอยู่ในประเภทหน่วยงานที่มีความสำคัญยิ่งยวด จำเป็นต้องมีแนวทางการปฏิบัติที่เข้มงวด แต่เนื่องจากการให้บริการทางการแพทย์มีความสลับซับซ้อนที่มีลักษณะพิเศษเฉพาะ ที่ค่อนข้างจะแตกต่างกับอุตสาหกรรมอื่น   ประกอบกับเทคโนโลยีทางการแพทย์มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดความสับสนในแนวทางการปฎิบัติ ทั้งกับหน่วยงานผู้ให้บริการทางการแพทย์ และหน่วยงานที่ควรจะมีหน้าที่กำกับดูแล

การนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการผลิตสินค้าและบริการ

เทคโนโลยีเพื่อการผลิต หมายถึง การนำความรู้ วิทยาการ และประสบการณ์ต่างๆ มาประยุกต์ใช้เพื่อช่วยในการผลิตสินค้าและบริการ รวมทั้งการคิดค้นหาวิธีการนำทรัพยากรมาใช้ในด้านใหม่ๆ เพื่อให้ใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ประเทศไทยเรามีวัตถุดิบในการผลิตจำนวนมาก เนื่องจากประเทศไทยอุดมสมบูรณ์ด้วยพืชพรรณธัญญาหาร ป่าไม้ และแร่ธาตุ หากเราใช้ทรัพยากรไม่ระมัดระวัง ทรัพยากรอาจหมดสิ้นหรือเสื่อมค่าได้ ผู้ผลิตจึงจำเป็นที่จะใช้เทคโนโลยีให้ได้ประโยชน์สูงสุด ตลอดจนการผลิตสินค้าแต่ละชนิดมีการแข่งขันสูง ผู้ผลิตจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาช่วยในการผลิตเพื่อให้มีคุณภาพและตรงตามต้องการของผู้บริโภคให้มากที่สุด

สาเหตุที่ต้องใช้เทคโนโลยีในการผลิตและบริการ

สาเหตุที่ต้องใช้เทคโนโลยีในการผลิต มีดังนี้
1. เพิ่มผลผลิตให้มีมากขึ้น ลดความสิ้นเปลืองจากการสูญเสีย วัตถุดิบในกระบวนการผลิตลง
2. เพื่อลดต้นทุนการผลิต เพราะการผลิตสินค้าจำนวนมากจะทำให้ลดต้นทุนการผลิต ผู้ผลิตได้กำไรมากขึ้น และอาจทำให้สินค้ามีราคาถูกลง
3. เพื่อให้ผลผลิตมีคุณภาพได้มาตรฐาน เป็นการเพิ่มคุณค่าและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ มีแบบให้เลือกหลากหลาย ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพขึ้น
4. เพื่อลดแรงงานหรือกำลังคนทำงานได้น้อยลง

การใช้เทคโนโลยีในการผลิตและบริการ

การใช้เทคโนโลยีในการผลิตและบริการได้แก่
1. การใช้เครื่องจักรที่ทันสมัยช่วยในการผลิตสินค้า  ทำให้ผลิตสินค้าและบริการจำนวนมากขึ้น ในเวลารวดเร็ว มีปริมาณเพียงพอต่อการบริโภค และลดต้นทุนการผลิต เพราะเทคโนโลยีช่วยลดแรงงานหรือกำลังคนและลดเวลาการผลิต แต่ได้ปริมาณสินค้าและบริการมาก
2. การใช้เทคโนโลยีช่วยในการออกแบบสินค้า ช่วยให้มีการคิดค้นหรือประดิษฐ์รูปแบบของสินค้า ทำให้ได้สินค้าและบริการที่มีรูปแบบใหม่ๆ หลากหลาย เพื่อให้ผู้บริโภคมีโอกาสเลือกซื้อได้ตามความต้องการและพึงพอใจมากที่สุด
3. การใช้เทคโนโลยีช่วยในการโฆษณาสินค้าและการให้บริการ เช่น การใช้คอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยในการขายสินค้าและสั่งซื้อสินค้าต่างๆ โดยผ่านทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ต การโฆษณาทางวิทยุ โทรทัศน์ สิ่งพิมพ์ต่างๆ ทำให้ผู้บริโภคสามารถศึกษารายละเอียดของสินค้าได้มากขึ้นหรือสามารถสั่งซื้อสินค้าได้สะดวกรวดเร็ว
4. การใช้เทคโนโลยีช่วยในการจัดการ เพื่อให้เกิดการทำงานที่มีประสิทธิภาพ เป็นระบบ รวดเร็ว เช่น การนำคอมพิวเตอร์มาใช้ในสำนักงานเพื่อจัดเก็บเอกสารหรือค้นหาข้อมูล เป็นต้น
5. การใช้เทคโนโลยีช่วยในการขนส่ง เพื่อให้กระบวนการขนส่งวัตถุดิบในการผลิตรวดเร็วขึ้น หรือขนส่งสินค้าและบริการไปถึงผู้บริโภคได้สะดวกรวดเร็วขึ้น