การพัฒนาเทคโนโลยีของโรงพยาบาลและด้านการแพทย์ในปัจจุบันนี้

9

ความสามารถของเทคโนโลยีเครือข่ายช่วยให้โรงพยาบาลสามารถทำการผ่าตัดจากระยะไกลเพื่อให้บริการด้านสาธารณะสุข เข้าถึงทุกท้องถิ่นในประเทศจากการที่ประเทศแคนาดา ได้ทำการผ่านตัดจากระยะไกลแบบข้ามประเทศ ภายใต้โครงการสาธารณะสุขทางไกล ได้เป็นผลสำเร็จเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ซึ่งได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพ ของการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศทางการแพทย์ ที่ก้าวหน้าที่สุดในปัจจุบัน โดยมีเทคโนโลยีด้านเครือข่ายและเทคโนโลยีด้านหุ่นยนต์ที่นำมาผสมผสานกัน เพื่อบริการด้านการแพทย์ที่มีคุณภาพแก่ประชาชน

ในการผ่าตัดนั้นความเที่ยงตรงและความนิ่งของศัลยแพทย์นั้น นับเป็นหัวใจสำคัญในการทำการผ่าตัดผู้ป่วย แต่ในปัจจุบันนี้ ด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีด้านการแพทย์ ที่ได้ใช้เทคโนโลยีเครือข่ายประกอบกับหุ่นยนต์ เข้ามาเพื่อที่จะช่วยให้แพทย์ทำงานได้สะดวกยิ่งขึ้น เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2546 ที่ผ่านมานี้ทางโรงพยาบาลเซนต์โยเซฟในประเทศแคนาดา ได้มีการนำเทคโนโลยีการผ่าตัดจากระยะไกลมาใช้ สำหรับการผ่านตัดแบบเปิดแผลขนาดเล็กที่คณะศัลยแพทย์ อยู่ห่างจากโรงพยาบาลที่ผู้ป่วยเข้ารับการผ่าตัดไกลถึง 250 ไมล์ และเป็นครั้งแรกสำหรับการผ่าตัดจากระยะไกลในประเทศแคนาดา ซึ่งต้องถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ด้านการแพทย์ของโลก กับความสำเร็จและความก้าวหน้าด้านสาธารณะสุข

โดยการผ่าตัดในครั้งนั้นศัลยแพทย์ต้องควบคุมกลไกของอุปกรณ์มือกลสามชิ้น ที่จำลองการทำงานจากการขยับของนิ้วมือศัลยแพทย์ในการผ่าตัด โดยด้านหน้าของแผงควบคุมนั้น จะสามารถควบคุมการเคลื่อนไหวของมือกลไปทางซ้ายและขวา ตลอดจนควบคุมระบบกล้องที่จะให้ภาพที่ชัดเจนในระหว่างการผ่าตัด และตลอดระยะเวลา 3-4 เดือนที่ผ่านมา ก็ได้มีการผ่าตัดจากระยะไกลด้วยหุ่นยนต์นี้ ในประเทศแคนาดาแล้วอีกหลายต่อหลายครั้งและทางโรงพยาบาลเซนต์โยเซฟ ก็มีแผนที่จะขยายการผ่าตัดจากระยะไกลนี้ออกไปสำหรับอีก 2 โรงพยาบาล ในพื้นที่ห่างไกลภายในสิ้นปี 2546 นี้ สำหรับเบื้องหลังความสำเร็จของการผ่านตัดจากระยะไกลนั้น โซลูชันด้านระบบเครือข่ายที่มีความเสถียรและปลอดภัยนั้น เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งโดยในกรณีโรงพยาบาลเซนต์โยเซฟนี้ ได้ใช้บริการด้านเครือข่ายส่วนตัวเสมือน หรือ Virtual Private Network, VPN จากบริษัทเบลล์แคนาดา ซึ่งนับว่าเป็นบริการการสื่อสารโทรคมนาคม ที่มีความปลอดภัยที่สุดในปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับการเชื่อมต่อระหว่างสำนักสาขาต่างๆ ขององค์กร

เทคโนโลยีการรักษาดวงตาโดยการทำเลสิค

การทำเลสิก เป็นความก้าวหน้าทางวิทยาการที่ได้นำเอาแสงเลเซอร์มาใช้แก้ไขความผิดปกติของสายตาไม่ว่าจะเป็นสายตาสั้น สายตายาว หรือสายตาเอียง ผู้ที่ได้รับการรักษาสามารถลดการพึ่งพาการใช้แว่นตาหรือไม่ต้องใช้แว่นตา หรือไม่ต้องใส่คอนแทคเลนส์อีกต่อไป ปัจจุบันมีการใช้แสงเลเซอร์ด้วยเครื่องเอ็กไซเมอร์เลเซอร์ ในการแก้ไขความผิดปกติของสายตา

แสงเลเซอร์ตัวนี้มีความแม่นยำสูงมาก สามารถใช้ปรับความโค้งของกระจกตาให้แสงตกกระทบแล้วโฟกัสลงจอประสาทตาพอดี ทำให้การมองเห็นชัดขึ้น อาศัยการผ่าตัดซึ่งใช้เวลาไม่นาน อุปกรณ์ที่ใช้ก็มีเพียง 2 อย่างคือเครื่องเลเซอร์และเครื่องแยกชั้นกระจกตา การรักษาเริ่มต้นโดยการใช้เครื่องแยกกระจกตาออกมา จากนั้นใช้เลเซอร์ขัดกระจกตาให้ได้รูปทรงที่ถูกต้อง จากนั้นนำกระจกตากลับไปไว้ยังตำแหน่งเดิม เป็นอันเสร็จเรียบร้อย ขั้นตอนทั้งหมดใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ซึ่งรวดเร็วและมีผลข้างเคียงน้อยมากๆ

การทำเลสิคเป็นการผ่าตัดแก้ไขปัญหาสายตาที่ไม่มีเลือดออก

ไม่ใช้ยาชาหรือยาสลบ ใช้เพียงน้ำยาหยอดตาเท่านั้น การทำเลสิกจะให้ผลการรักษาที่แม่นยำมาก ทำแล้วกลับบ้านได้เลย จะมีเพียงบางรายที่แผลหายช้าบ้าง แต่โดยรวมถือว่าไม่นาน ซึ่งโอกาสในการติดเชื้อก็ต่ำมาก การรักษาความผิกปกติของสายตาด้วยวิธีเลสิกคือสามารถรักษาความผิดปกติของตาได้อย่างถาวร ใช้เวลาไม่นาน สามารถมองเห็นได้ทันทีหลังผ่าตัด ไม่มีการใช้ยาชาหรือเย็บแผล ทำเสร็จกลับบ้านได้เลย แต่ยังมีราคาค่ารักษาค่อนข้างสูง และอาจจะมีผลข้างเคียงบ้างเช่นเคืองตา น้ำตาไหลในช่วงวันสองวันแรกหลังการผ่าตัด แต่ก็ยังถือว่าเป็นวิธีที่ปลอดภัยมากและยังไม่มีรายงานการสูญเสียดวงตาจากการทำเลสิก

ผู้ที่เหมาะกับการรักษาด้วยวิธีเลสิก

– ผู้ที่มีความประสงค์ที่จะลดการพึ่งพาแว่นตา หรือคอนแทคเลนส์ เนื่องจากเกิดปัญหาในการทำกิจกรรมต่างๆในชีวิตประจำวัน
– ผู้เข้ารับการรักษาควรมีอายุอย่างน้อย 18 ปี และมีระดับสายตาคงที่อย่างน้อยเป็นเวลา 1 ปี
– ไม่มีโรคของกระจกตา เช่น กระจกตาย้วยหรือความหนาของกระจกตาไม่เพียงพอ หรือโรคที่เกี่ยวกับการหายของแผลในร่างกาย
– ไม่ควรอยู่ในระหว่างตั้งครรภ์ เนื่องจากเป็นระยะที่ฮอร์โมนมีการเปลี่ยนแปลง
– สำหรับผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป การรักษาเป็นการทำให้ระดับสายตากลับมาเป็นปกติ ดังนั้นอาจมีความจำเป็นต้องใช้แว่นในการอ่านหนังสือ เช่นเดียวกับคนสายตาปกติทั่วไป
– มีความเข้าใจ และความคาดหวังที่ถูกต้องเกี่ยวกับการรักษาด้วยวิธีเลสิก

การบริการทางการแพทย์ และสาธารณสุขในชนบท

xiiicongresohospitales

บริการสาธารณสุขของรัฐบาลได้ดำเนินการ โดยการจัดเป็นระบบที่สอดคล้องกับระบบการบริหารงานส่วนของภูมิภาค ได้แก่อำเภอ จังหวัด และในระดับตำบล  โดยกระทรวงสาธารณสุขจัดให้มีสถานีอนามัย และมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอย่างน้อยสองคนอยู่ประจำให้บริการสาธารณสุขพื้นฐานในทุกอำเภอที่มีประชาชนอยู่หนาแน่น นอกจากนั้นโรงพยาบาลชุมชนยังคอยรับรักษา หรือให้คำปรึกษาเมื่อสถานีอนามัยตำบลได้ส่งผู้ป่วยที่เกินขีดความสามารถที่ตนจะทำการรักษาได้มาให้ในเรื่องของการเจ็บป่วยโดยทั่วไป โรงพยาบาลชุมชนสามารถให้การช่วยเหลือได้แทบทั้งหมด ยกเว้นแต่อาการป่วยบางชนิดที่ต้องการการดูแลและการตรวจอย่างละเอียดถี่ถ้วน หรือต้องการผ่าตัด

ซึ่งโรงพยาบาลชุมชนจะส่งต่อไปให้โรงพยาบาลจังหวัด เพราะมีแพทย์ เจ้าหน้าที่ และวัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็นในการรักษาพยาบาลมากกว่าแม้รัฐบาลจะได้พยายามจัดให้มีระบบบริการสาธารณสุขอย่างทั่วถึง  แต่ก็ยังมีปัญหาเนื่องจากทรัพยากรของรัฐมีจำกัดและประชาชนเพิ่มมากขึ้นนอกจากนี้ เหตุผลที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง คือ ปัญหาสาธารณสุขที่พบในชนบทนั้นเกิดจากความไม่รู้ไม่เข้าใจเรื่องราวของโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ  ซึ่งสามารถป้องกันได้ด้วยตนเอง ด้วยความไม่รู้และไม่เข้าใจนี้ทำให้ประชาชนต้องประสบกับอันตราย โดยไม่ไปปรึกษาเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่สถานีอนามัย โรงพยาบาลชุมชน อาจทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้

ดังนั้น การที่จะขยายบริการสาธารณสุขให้ครอบคลุมประชากรในชนบทให้มากยิ่งขึ้น มีการใช้ประโยชน์ของสถานบริการต่างๆ อย่างเต็มที่และประชาชนสามารถรักษาโรคได้ นั้นกระทรวงสาธารณสุขจึงต้องคำนึงถึงกลวิธีใหม่ โดยการพัฒนาประชาชนให้เกิดความรู้ความสามารถที่จะช่วยเหลือหรือดำเนินการสาธารณสุขที่จำเป็นในขั้นมูลฐานได้ด้วยตนเอง  โดยวิธีการนี้ก็จะมีงานสาธารณสุขที่ประชาชนทำได้และที่ประชาชนทำไม่ได้

ซึ่งรัฐบาลจะทำในสิ่งที่ประชาชนทำไม่ได้และจะต้องทำการพัฒนาสนับสนุนให้ประชาชนเกิดความสามารถทำในสิ่งที่เขาสามารถทำได้โดยนำวิทยาการ ต่างๆ มาช่วยในการให้ความรู้แก่ประชาชน ถ้าหากประชาชนทุกคนได้ร่วมกันปฏิบัติงานสาธารณสุขในขั้นพื้นฐาน รัฐจะต้องให้การสนับสนุนเพื่อให้เกิดผลต่อประสิทธภาพ และประสิทธิผลของการบริการสาธารณสุขพื้นฐาน เพราะหากประชาชนทุกคนมีสุขภาพอนามัยดีแล้ว ก็จะทำให้การพัฒนาทางสังคมของประเทศดีขึ้นด้วยและยังช่วยให้คุณภาพชีวิตของประชาชนดีตามอย่างแน่นอน

วิธีการรักษาด้านแพทย์แผนจีนที่ทั่วโลกต่างยอมรับ

แพทย์แผนจีนเป็นศาสตร์การแพทย์ที่เห็นผลการรักษาได้รวดเร็ว มีผลข้างเคียงน้อย สามารถรักษาโรคได้อย่างกว้างขวาง ในราคาไม่แพง หลักการและทฤษฎีการแพทย์แผนจีนได้ถูกบันทึกและพัฒนาสืบต่อมานานกว่า 5,000 ปี และได้รับการยอมรับจากองค์การอนามัยโลก (WHO) แพทย์จากทั่วโลก และคนทั่วไป ในฐานะการแพทย์แบบองค์รวมในระบบสุขภาพของโลก วิธีการรักษาของการแพทย์แผนจีนมีหลากหลายวิธี โดยแบ่งออกเป็นสองประเภทใหญ่ๆได้แก่ การรักษาภายในด้วยการรับประทานยาและการรักษาภายนอกด้วยยาทา การนาบด้วยความร้อน การรม ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีวิธีการรักษาโดยไม่ใช้ยาแบบอื่น เช่น การฝังเข็ม การใช้กระปุกร้อนอังผิวหนัง การขูดผิวหนัง การนวดกดจุด การนวดและชี่กง เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีวิธีการรักษาด้วยการรับประทานยาหรืออาหารบำรุงประเภทต่างๆอีกด้วย

ปัจจุบันการแพทย์และยาแผนจีนได้รับการพัฒนาและแพร่หลายไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลก

ทั้งยังมีความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนด้านการแพทย์แผนจีนในระดับนานาชาติมากขึ้นเรื่อยๆ ทุกวันนี้การแพทย์แผนจีนมีบทบาทมากขึ้นในวงการการแพทย์โลก และคาดการณ์ว่าการแพทย์แผนจีนจะสามารถประโยชน์อย่างกว้างขวางแก่การรักษาสุขภาพอนามัยของชาวโลกในอนาคต เป็นระบบบำบัดรักษาความเจ็บป่วยที่ละเอียดลึกซึ้งและสมบูรณ์แบบ ได้รับการยอมรับไปทั่วโลก การตรวจร่างกายเพื่อวินิจฉัยโรคจะต้องกระทำโดยการซักประวัติผู้ป่วย การสังเกตวิเคราะห์ส่วนต่างๆของร่างกาย การสัมผัส และการจับจังหวะชีพจร ซึ่งทั้งหมดต้องอาศัยความละเอียดลออและความชำนาญพิเศษ

แพทย์แผนจีนได้มีการให้บริการในประเทศไทยมานานแล้วในกลุ่มชาวจีน

ต่อมาได้ขยายความนิยมมาสู่คนรุ่นใหมโดยทั่วไป ที่นิยมการใช้ยาสมุนไพรมากกว่าการใช้ยาที่ได้จากการสังเคราะห์ และผู้ที่มองหาการแพทย์ทางเลือกต่างหาก จากการแพทย์แผนปัจจุบัน ซึ่งปัจจุบันการแพทย์แผนจีนได้รับการยอมรับจากกระทรวงสาธารณสุข โดยกระทรวงสาธารณสุขได้เปิดอบรมผู้ประกอบวิชาชีพแพทย์แผนจีน และได้มอบใบอนุญาตแก่ผู่ผ่านการอบรมให้สามารถรักษาผู้ป่วยได้โดยทั่วไป เพื่อให้ประชาชนได้มั่นใจในการรับการรักษาโดแพทย์แผนจีนในฐานะการแพทย์ทางเลือก

การฝังเข็มเป็นวิธีการรักษาโรคที่มีเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของจีน โดยทฤษฎีพื้นฐานของวิชาการฝังเข็มก็คือทฤษฎีเส้นทางการไหลเวียนของเลือดลมภายในร่างกาย แพทย์แผนจีนเชื่อว่าเส้นทางการไหลเวียนของเลือดลมมีลักษณะเป็นทางหลักและแขนงย่อยที่โยงใยถึงกัน จึงสามารถเชื่อมโยงอวัยวะส่วนต่างๆให้รวมเป็นองค์เดียวอย่างเป็นระบบ การรักษาโดยวิธีการฝังเข็มโดยทั่วไปมักจะเลือกฝังเข็มบนจุดลมปราณที่อยู่บนเส้นทางการไหลเวียนของเลือดลม เพื่อไปกระตุ้นให้ภูมิต้านทานโรคภายในร่างกายของผู้ป่วยทำงานหรือเพื่อปรับสมดุลภายในร่างกาย ทำให้สามารถรักษาโรคได้ตามความมุ่งหมาย

การแพทย์ในสมัยอยุธยามีลักษณะการผสมผสานปรับประยุกต์มาจากการแพทย์ของอินเดีย

9

มนุษย์รู้จักรักษาตัวมาแต่ดึกดำบรรพ์ โดยสัญชาติญาณแห่งการธำรงไว้ซึ่งความอยู่รอดของตนเองได้มีอยู่ในตัวของมนุษย์ตั้งแต่เกิดมีมนุษย์มาในโลกนี้ การสาธารณสุขในยุคดั้งเดิมนี้ก็มีอยู่บ้าง แต่ส่วนมากจะเน้นด้านการแพทย์ ในยุคนี้คนเชื่อว่าโรคเกิดจากปรากฎการณ์ตามธรรมชาติ การที่มนุษย์จะพ้นจากโรคภัยไข้เจ็บได้ก็โดยการเซ่นไหว้ การบูชายันต์ เป็นต้น บุคคลสำคัญที่เริ่มงานทางด้านสาธารณสุข คือ พระพุทธเจ้า และหมอชีวกโกมารภัจจ์ ผู้เป็นหมอสมุนไพร พระพุทธเจ้าทรงเป็นนักการสาธารณสุขที่ยอดเยี่ยม เพราะท่านได้ทรงบัญญัติให้พระต้องดื่มน้ำจากเครื่องกรองน้ำ และห้ามพระสาวกของพระองค์ถ่ายอุจจาระ ปัสสาวะ ลงในแม่น้ำลำคลอง จากศิลาจารึกของอาณาจักรขอม ซึ่งจารึกไว้ว่าประมาณ พ.ศ. 1725 – 1729 พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลตามความเชื่อในพระพุทธศาสนา โดยสร้างสถานพยาบาล เรียกว่า อโรคยาศาลาขึ้น 102 แห่ง ในบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย และบริเวณใกล้เคียง

ยุคประวัติศาสตร์ สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 สมัย คือสมัยสุโขทัย การแพทย์ในสมัยสุโขทัย มีการค้นพบหินบดยาสมัยทวาราวดี ซึ่งเป็นยุคก่อนสมัยสุโขทัย และได้พบศิลาจารึกของพ่อชุนรามคำแหงบันทึกว่า ทรงสร้างสวนสมุนไพรชนาดใหญ่ไว้บนเขาหลวง หรือเขาสรรพยาซึ่งปัจจุบันอยู่ในเขตอำเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัยสำหรับให้ราษฎรได้เก็บสมุนไพร ไปใช้รักษาโรคในยามเจ็บป่วย ศิลาจารึกกล่าวว่า ความสมบูรณ์ของพืชพันธุ์ธัญญาหารว่า ป่าพร้าวก็หลายในเมือง ป่าลาวก็หลายในเมือง หมากม่วง ก็หลายในเมือง หมากขามก็หลายในเมืองในด้านอาหาร ศิลาจารึกว่า “ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว” แสดงถึงความสมบูรณ์ด้านอาหารโปรตีนและอาหารแป้งด้วย

ด้านการแพทย์ในสมัยอยุธยา มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ว่า การแพทย์ในสมัยอยุธยามีลักษณะการผสมผสาน ปรับประยุกต์มาจากการแพทย์ของอินเดียที่เรียกว่า อายุรเวทและการแพทย์ของจีน รวมทั้งความเชื่อทางไสยศาสตร์ และโหราศาสตร์ ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพของชุมชน แนวคิดหลักของการแพทย์ไทยเป็นแบบอายุรเวท ซึ่งมีเป้าหมายที่สภาวะสมดุลของธาตุ 4 อันเป็นองค์ประกอบของชีวิตผู้ที่จะเป็นแพทย์ได้ต้องมีวัตรปฏิบัติที่งดงามในทุกด้าน ด้านความกตัญญูรู้คุณครูบาอาจารย์นั้น แพทย์ไทยนับถือว่าครูดั้งเดิมคือพระฤาษีในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช พบบันทึกว่า มีระบบการจัดหายาที่ชัดเจน สำหรับประชาชนจะมีแหล่งจำหน่ายยาและสมุนไพรหลายแห่งทั้งในและนอกกำแพงเมืองมีการรวบรวมตำรับยาต่าง ๆ ขึ้นเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การแพทย์ไทย เรียกว่า ตำราพระโอสถพระนารายณ์

ระบบการทำงานของแพทย์และโรงพยาบาลทั้งเอกชนและรัฐบาล

คุณหมอส่วนใหญ่จะทำงานในโรงพยาบาลซึ่งแบ่งออกเป็นแผนกต่างๆ แล้วแต่ว่าจะทำงานในส่วนไหน ในกรณีที่เป็นการตรวจโรคทั่วไปการทำงานของหมอจะอยู่ในห้อง มีโต๊ะทำงานที่ใช้สำหรับตรวจและพูดคุยกับคนไข้ มีพยาบาลและผู้ช่วยคอยเป็นลูกมือในการทำงาน บรรยากาศก็จะเป็นการพบปะและสอบถามข้อมูลการรักษาคนไข้ ซึ่งจะแตกต่างกันไปในแต่ละราย มีการทำงานที่มีการพูดคุยเพื่อสร้างบรรยากาศที่ดีและไม่ทำให้เกิดสภาวะกดดันในการปฏิบัติหน้าที่  เมื่อทราบผลว่าผู้ไข้ป่วยเป็นอะไรก็จะส่งเรื่องไปตรวจยังแผนกต่างๆตามการรักษา   ซึ่งห้องทำงานของคุณหมอในแผนกต่างๆก็จะไม่เหมือนกันสภาพการทำงานของคุณหมอในโรงพยาบาลเอกชน โรงพยาบาลรัฐบาล และโรงพยาบาลต่างจังหวัด จะมีสภาพการทำงานที่แตกต่างกัน โรงพยาบาลรัฐบาล คนไข้ค่อนข้างเยอะทำให้มีเวลาในการรักษา หรือ ดูแลคนไข้ในแต่ละรายค่อนข้างน้อยเพื่อให้การรักษามีความทั่วถึง จึงเห็นได้ว่าแพทย์ในโรงพยาบาลรัฐบาลจะมีภาระหน้าที่รับผิดชอบเยอะ และได้แสดงศักยภาพทางการทำงานอย่างเต็มที่ มีการแบ่งหน้าที่ในการรักษาอย่างชัดเจนตามแผนกต่างๆ  งบประมาณการทำงานต่างๆจะขึ้นอยู่กับรัฐบาล

โรงพยาบาลเอกชน คนไข้น้อยกว่าเนื่องจากค่าใช้จ่ายในแต่ละครั้งค่อนข้างสูง มีการแบ่งหน้าที่ในการรักษาอย่างชัดเจนเช่นกัน  จะมีเรื่องงานบริการเข้ามาเกี่ยวข้องเพราะต้องดูแลคนไข้แต่ละรายอย่างใกล้ชิด มีเวลาอยู่กันคนไข้ค่อนข้างมาก จึงต้องมีจิตวิทยาในการพูดคุยกับคนไข้และญาติ ยกตัวอย่างเช่น หมอเด็กนอกเหนือจากการรักษาคนไข้แล้ว ยังต้องมีจิตวิทยาในการพูดคุยกับผู้ปกครองของเด็กให้เข้าใจในเรื่องการรักษาด้วยโรงพยาบาลต่างจังหวัด ส่วนใหญ่มีหมอรักษาการน้อย โดยเฉพาะต่างจังหวัดในอำเภอเล็กๆหรือห่างไกล คุณหมอหนึ่งท่านจะต้องรักษาคนไข้ได้ในหลากหลายอาการ และอาจมีหน้าที่นอกเหนือจากการเป็นหมอคือดูแลสิ่งที่ขาดเหลือในโรงพยาบาล ยกตัวอย่างเช่น แพทย์หญิง อนงค์พร ต้องไปรักษาการเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาล มีหมอประจำการเพียงสองคน ทำให้ต้องมีการผลัดกันเข้าเวรคนล่ะ 15 วันต่อเดือน และโรงพยาบาลแห่งนั้นยังไม่มีโรงอาหารเป็นสัดส่วน จึงต้องทำงบประมาณเพื่อสร้างโรงอาหารให้กับทางโรงพยาบาล การทำงานจะมีความท้าทายและต้องสามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างดี เพราะจะมีปัญหาในเรื่องของเครื่องมือ หรือ อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ไม่เพียงพอ คนไข้ที่อาการหนักเกินกว่าจะรักษาในโรงพยาบาลได้ ซึ่งถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดี

การให้บริการการแพทย์ฉุกเฉินเพื่อลดการสูญเสีย


ปัจจุบันในประเทศไทยนั้นมีการให้บริการด้านการแพทย์ฉุกเฉิน ซึ่งมีบริการครอบคลุมทั่วทุกจังหวัด เนื่องจากการบริการการแพทย์ฉุกเฉินสามารถตอบสนองความต้องการของประชาชน เพาะเมื่อเกิดป่วยฉุกเฉินจะได้ส่งตัวผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลได้อย่างรวดเร็ว
การทำงานของระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินประกอบด้วย
1.การเจ็บป่วยฉุกเฉินและการพบเห็น ที่เกิดขึ้นโดยไม่สามารถรับรู้ได้ล่วงหน้า ซึ่งสมารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ฉะนั้นการจัดการความรู้ให้ประชาชนมีความรู้ความสามารถติดสินใจแจ้งเมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นจึงเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างมาก เพราะจะได้ช่วยเหลือผู้ป่วยให้มาถึงได้อย่างรวดเร็ว
2.การแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือที่รวดเร็ว โดยการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างมาก การให้ข้อมูลที่ถูกต้อง จะช่วยให้ทำงานได้อย่างรวดเร็วขึ้น
3.การออกปฏิบัติการการแพทย์ฉุกเฉิน จะแบ่งออกเป็น 4 ระดับ ได้แก่ หน่วยปฏิบัติการฉุกเฉินระดับสูง หน่วยปฏิบัติการฉุกเฉินระดับกลาง หน่วยปฏิบัติการฉุกเฉินระดับต้น และหน่วยปฏิบัติการฉุกเฉินเบื้องต้น
4.การรักษาแบบฉุกเฉินตรงจุดเกิดเหตุเพื่อให้การดูแลรักษาได้อย่างเหมาะสมโดยจะเน้นการส่งผู้ป่วยให้ถึงโรงพยาบาลได้อย่างรวดเร็วที่สุด
5.การดูแลผู้ป่วยในระหว่างนำส่งโรงพยาบาล ในส่วนนี้เป็นสิ่งสำคัญทางเจ้าหน้าที่จะต้องดูแลผู้ป่วยไม่ให้เจ็บช้ำไปกว่าเดิม ทั้งนี้เจ้าหน้าที่จะต้องได้รับการฝึกอบรมเทคนิคต่างๆมาเป็นอย่างดี
6.การนำส่งโรงพยาบาล จะต้องพิจารณาว่าโรงพยาบาลที่จะส่งตัวผู้ป่วยไปนั้นเหมาะสมหรือไม่ โดยจะต้องคำนึงถึงระยเวลาและความพร้อมของโรงพยาบาลนั้นๆด้วย เพื่อจะทำให้เกิดการสูญเสียลดลง
ดังนั้นการบริการการแพทย์ฉุกเฉินจึงมีความสำคัญต่อการดูแลผู้ป่วยฉุกเฉินก่อนมาถึงโรงพยาบาลซึ่งเป็นการปฏิบัติการที่ช่วยให้ดูแลช่วยเหลือผู้ป่วยเบื้องต้นได้อย่างถูกต้องและตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว ทันการณ์ โดยจะเน้นการปฏิบัติงานเพื่อความปลอดภัยเป็นหลัก การให้ความช่วยเหลือที่รวดเร็ว ถูกต้อง รวมถึงการสื่อสารที่รวดเร็ว มีการบันทึกข้อมูลของผู้ป่วยที่ครบถ้วนและนำส่งอย่างปลอดภัย จะช่วยให้ผู้ป่วยมาถึงโรงพยาบาลอย่างทันท่วงที ทางแพทย์สามารถทราบข้อมูลต่างๆได้ทำให้สามารถรักษาผู้ป่วยได้อย่างรวดเร็ว ทั้งนี้จะช่วยลดปัญหาการเสียชีวิตลงไปได้ด้วย จะเห็นได้ว่าการให้บริการการแพทย์ฉุกเฉินนั้นมีความจำเป็นอย่างมาเลยทีเดียวเพราะอุบัติเหตุนั้นสามารถที่จะเกอดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลา หากไม่มีการให้บริการทางการแพทย์ฉุกเฉิน ก็อาจจะต้องสูญเสียประชากรของประเทศไปอีกมาก

โรงพยาบาลแห่งอาเซียน ให้บริการทางการแพทย์ เพื่อก้าวไกลไปสู่มาตรฐาน AEC

ในปี 2558 ประเทศไทยและอีก 9 ชาติเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ จะก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ซึ่งคือ การรวมตัวกันของ 10 ประเทศสมาชิกอาเซียน เพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองกับคู่ค้า และเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันทางด้านเศรษฐกิจระดับโลก รวมถึงมีการยกเว้นภาษีสินค้าบางชนิดให้กับประเทศสมาชิก เพื่อส่งเสริมให้ภูมิภาคมีความเจริญมั่งคั่ง มั่นคง ประชาชนอยู่ดีกินดี ซึ่งทั้งรัฐบาลและเอกชนไทยต่างเตรียมความพร้อมในทุกๆ ด้าน ทั้งบุคลากร เครื่องไม้เครื่องมือ มาตรฐานของสถานประกอบการ ทั้งนี้เพื่อรับมือการแข่งขัน ที่จะยิ่งเข้มข้นตามตลาดที่ใหญ่ขึ้น

การบริการด้านสาธารณสุขเป็นบริการนำร่องที่สำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจภาพรวม ซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งในภูมิภาคอาเซียน ที่มีความพร้อม มีศักยภาพ ตลอดจนความรู้ ความสามารถของแพทย์ที่มีชื่อเสียงในด้านต่าง ๆ จำนวนมาก สำหรับศูนย์กลางด้านการให้บริการสาธารณสุข หรือ Medical hub เป็นไปตามนโยบายรัฐบาลที่จัดทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางสุขภาพของนานาชาติ ในปี 2555-2559 เพื่อเป็นกรอบในการกำหนดรูปแบบแนวทางการดำเนินงานของศูนย์บริการ สุขภาพทั่วประเทศ และเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจไทยอีกด้านหนึ่ง มีเป้าหมายหลัก 4 เรื่อง ได้แก่
– การรักษาพยาบาล เช่น ทันตกรรม การรักษาโรคเฉพาะทาง การพำนักระยะยาว
– การส่งเสริมสุขภาพ เช่น สปา นวดเพื่อสุขภาพ
– ผลิตภัณฑ์สุขภาพและสมุนไพรไทยให้ได้มาตรฐานจีเอซีพี (GACP) ขององค์การอนามัยโลก และ
-การเพิ่มผลผลิตด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกส่งเสริมให้จัดตั้งโรงพยาบาลแพทย์แผนไทยหรือการแพทย์ทางเลือกทุกภูมิภาค ให้โรงพยาบาลทั้งรัฐและเอกชนเปิดคลินิกแพทย์แผนไทยในโรงพยาบาล

สำหรับบทบาทโรงพยาบาลในประเทศไทยเองเมื่อเข้าสู่ AEC จะต้องพยายามทำให้ได้มาตรฐานตามที่สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล(องค์การมหาชน) ได้รับรองจาก ISQua หรือ The International Society for Quality in Health Care ซึ่งเป็นองค์กรระหว่างประเทศที่ให้การรองรับหน่วยงานที่รับรองคุณภาพบริการสุขภาพในประเทศต่างๆทั่วโลก ซึ่งคิดว่าหากสามารถปฏิบัติตามมารตฐานได้จริงๆจะสามารถปรับให้เป็นที่ยอมรับของชาวต่างชาติได้ อีกส่วนที่สำคัญคือบุคคลากรที่มีความเหนื่อยล้าด้วยงานที่เพิ่มขึ้นเพราะปัจจุบันจำนวนผู้ป่วยมีอัตราเพิ่มสูงขึ้น โดยจากกรณีดังกล่าว อาจทำให้เกิดความผิดพลาดและปัญหาความผิดพลาดมักเกิดจากการกระจายงานที่ไม่ทั่วถึงทำให้บุคคลากรทำงานได้ไม่คลอบคลุมและรอบคอบอีกทั้งยังส่งผลให้การปฏิบัติงานเกิดความล่าช้า

ในปัจจุบันประเทศไทยได้รับการกล่าวขวัญในหมู่ชาวต่างชาติที่มีความต้องการได้รับการรักษาว่าเป็น ศูนย์กลางทางการแพทย์ในภูมิภาคเอเชีย โดยปัจจัยส่งเสริมที่สำคัญ ได้แก่ การมีเครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัยและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ การที่เดินทางเข้าประเทศได้อย่างไม่ลำบาก ค่าใช้จ่ายที่ไม่แพง และความมีอัธยาศัยดีจากผู้ให้บริการ นอกเหนือจากนี้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวหลักอยู่แล้ว โดยมีการท่องเที่ยว ทางทะเล ภูเขา ศิลปะและวัฒนธรรม อาหาร ความบันเทิง และแหล่งซื้อของต่างๆ ซึ่งสามารถรองรับเหล่านักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการทางการแพทย์ได้

บริการตรวจเช็คสุขภาพประจำปีด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย

การดูแลสุขภาพตนเอง

เป็นกระบวนการที่บุคคลกระทำกิจกรรมต่างๆที่เป็นการส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันการเกิดโรคและการเจ็บป่วย การรักษาอาการผิดปกติและการเจ็บป่วย เป็นมิติหนึ่งทางสุขภาพที่มีความสำคัญมากที่จะช่วยให้เราดำรงชีวิตอยู่อย่างปกติสุข เป็นภาวะแห่งความสมบูรณ์และความสมดุลของบุคคลทั้งร่างกาย จิตใจ อารมณ์และสังคม รวมทั้งสภาวะที่ปราศจากโรคและความพิการ และการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับคนอื่นในสังคมอย่างปกติสุข การมีสุขภาพดีเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงการมีคุณภาพชีวิตที่ดีอันเป็นผลมาจากการมีพฤติกรรมสุขภาพที่ดี รวมทั้งการมีปฏิสัมพันธ์กับสภาพแวดล้อมได้อย่างถูกต้องเหมาะสม

บริการการตรวจสุขภาพประจำปี

มีความสำคัญมากต่อการดูแลสุขภาพ เพราะสามารถทำให้ผู้รับการตรวจทราบถึงปัญหาสุขภาพที่อาจมีได้อย่างทันท่วงที ด้วยอุปกรณ์และเทคโนโลยีที่ทันสมัยให้ผลการตรวจที่แม่นยำ พร้อมดูแลและให้บริการตรวจสุขภาพพร้อมให้คำแนะนำในการรักษาสุขภาพให้แข็งแรง เพื่อการดำเนินชีวิตที่มีความสุข โรงพยาบาลมีโปรแกรมตรวจสุขภาพที่หลากหลายที่เหมาะสมสำหรับบุคคลทุกเพศทุกวัย โดยมีบุคลากรผู้เชี่ยวชาญพร้อมให้คำแนะนำและจัดสรรโปรแกรม ที่เหมาะสมสำหรับท่าน

บริการตรวจสุขภาพแก่ประชาชน ผู้ที่รักและดูแลเอาใจใส่สุขภาพทั้งรายบุคคลและบุคลากรขององค์กรต่างๆโดยใส่ใจในรายละเอียดของแต่ละบุคคลตามปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคที่แตกต่างกัน ภายใต้มาตรฐานการแพทย์ระดับสากล และให้บริการด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย โดยเน้นการบริการเบ็ดเสร็จในจุดเดียว ซึ่งภายในโรงพยาบาลจะมีส่วนบริการที่จัดไว้สำหรับการตรวจร่างกาย ตรวจเลือด เอกซเรย์ อัลตราซาวด์ แมมโมแกรม ตรวจมวลกระดูก เป็นต้น โปรแกรมการตรวจหลากหลายที่เหมาะสำหรับบุคลากรทุกกลุ่มอายุ

ด้วยการแข่งขันในการดำรงชีวิตในปัจจุบัน และมลภาวะที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ร่างกายจึงต้องต่อสู้กับสิ่งที่ก่อให้เกิดโรคเพิ่มขึ้น การดูแลรักษาร่างกายให้ระบบต่างๆสามารถทำงานประสานกันเป็นอย่างปกติ เป็นเรื่องสำคัญที่ควรคำนึงถึง หากมีการตรวจเช็คสุขภาพเป็นระยะ เพื่อให้สิ่งผิดปกติก่อนที่จะแสดงอาการ ซึ่งเป็นระยะที่ผลการรักษาได้ผลดีกว่า การปล่อยให้โรคลุกลามจนยากที่จะแก้ไขจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำอย่างยิ่ง การได้พบแพทย์และได้รับการตรวจสุขภาพประจำปีจึงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับคนทุกวัย โดยเฉพาะผู้ที่อ้างว่ามีภาระมากมายที่ต้องทำจนไม่มีแม้แต่เวลาที่จะดูแลตนเองให้มีสุขภาพที่ดี

การบริการทางโรงพยาบาลและแพทย์ในปัจจุบันเมื่อเปรียบเทียบกับบริการด้านอื่น

9

กับดักข้อแรกที่มักละเลยก่อนสร้างบริการให้โดนใจ คือการค้นหา รากเหง้าของจิตสำนึกในการให้บริการพนักงานของเราเอง ว่าอยู่ในระดับไหนก่อนหลายธุรกิจเริ่มต้นธุรกิจโดยไม่เคยคิดปลูกฝังค่านิยมหรือภาพปลายทางแห่งความสำเร็จของหัวใจบริการ โอกาสสำเร็จในธุรกิจบริการของท่านคงเหนื่อยเต็มที ตัวอย่างธุรกิจบริการด้านสุขภาพที่นักธุรกิจชอบ ซื้อกิจการโรงพยาบาลเพื่อยกระดับการให้บริการสำหรับลูกค้าชั้นดีและลูกค้าผู้ถือบัตรประกันสังคม หรือบัตรทอง 30 บาทส่วนใหญ่พนักงานผู้ให้บริการมักไม่ค่อยมีความสุขในการให้บริการ เนื่องจากขาดจิตสำนึกที่ดีลืมนึกไปว่าถ้าพ่อแม่พี่น้องเราหรือญาติของเราป่วยขึ้นมา เราก็ต้องดูแลเช่นกัน ถ้าพนักงานทุกคนคิดว่าการช่วยเหลือให้ผู้มารับบริการในโรงพยาบาลเหมือนพ่อแม่พี่น้องญาติของเราสักนิด ทำให้ทุกคนอบอุ่นขึ้นอีกหน่อย ก็จะช่วยสร้างมิตรภาพที่ดีและบรรยากาศใหม่ในการให้บริการ ทำให้ทุกคนที่มาโรงพยาบาลมีความสุขมากขึ้น หรือการปลูกฝังให้พนักงานทุกคนรักกันมากขึ้นสักนิด เวลาลูกค้าโวยวายขึ้นมาพนักงานทุกคนก็จะยินดีรับฟังลูกค้ามากขึ้นก่อนจะให้ข้อมูลเพิ่มเติม แค่นี้ก็ทำให้การบริการของโรงพยาบาลท่านดีขึ้นอย่างมากโดยไม่ต้องลงทุนสร้างโรงพยาบาลให้ใหญ่โตหรือจ้างพนักงานแพงๆ โดยการซื้อตัวมาจากคู่แข่ง เพราะต้นทุนเหล่านี้ไม่ได้ช่วยให้ลูกค้ามีความพอใจมากขึ้น เนื่องจากบริการของเรายังไม่ถึงมาตรฐานความพอใจขั้นต่ำที่ลูกค้าอยากได้นั่นเอง หลายโรงพยาบาลเอกชนที่ผู้บริหารเป็นแพทย์หรือพยาบาลมาก่อนจะเข้าใจการปลูกจิตสำนึกที่ดีให้พนักงานทุกคนก่อนให้บริการลูกค้าทำให้สามารถสร้างความประทับใจลูกค้าที่มาใช้บริการได้มากกว่าผู้บริหารที่ไม่เข้าใจการสร้างจิตสำนึกที่ดีให้กับพนักงานด่านหน้า โรงพยาบาลเหล่านี้จึงสามารถขยายธุรกิจได้อย่างต่อเนื่องภายในเวลา 5 ปี อาทิ โรงพยาบาลบีแคร์, โรงพยาบาลเวชธานี, โรงพยาบาลกรุงเทพ เป็นต้น ตัวชี้วัดที่สำคัญของความสำเร็จธุรกิจสุขภาพ คือ กำไรที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากลูกค้าประจำที่บอกต่อๆ กัน จนทำให้มีลูกค้าใหม่อย่างต่อเนื่องจนล้นโรงพยาบาลนั่นเอง

สำหรับธุรกิจสปาหรืออายุรเวทที่เน้นการคลายความเครียดให้ลูกค้าหรือช่วยบำบัดอาการปวดเมื่อยทางร่างกาย หัวใจสำคัญที่ทำให้ธุรกิจขยายตัวได้อย่างรวดเร็วและมีกำไร นอกจากจะต้องมีความรู้ด้านอายุรเวทหรือหรือเข้าใจกลไกธรรมชาติของร่างกายที่จะรับสิ่งที่เป็นธรรมชาติเท่านั้นสิ่งไหนที่ไม่เป็นธรรมชาติจะถูกร่างกายกำจัดทิ้งหรือฝังตัวอยู่ในเม็ดเลือดแดงแล้ว ผู้บริหารยังต้องรู้จักปลูกจิตสำนึกที่ดีของผู้ให้บริการทุกคนตั้งแต่ หมอนวด, แม่บ้าน, พนักงานต้อนรับให้เข้าใจหลักการของการสร้างสุขภาพที่ดีให้ลูกค้าและการคลายความเครียดที่เป็นขั้นตอนในคอร์สต่างๆ ของการบำบัด ดังนั้นลูกค้าที่มาใช้บริการจะประทับใจทุกครั้งที่ได้ข้อมูลการดูแลสุขภาพ มีความสุขที่ได้พบหน้าพนักงานที่รู้จักสอดแทรกให้ความรู้ที่ถูกต้องให้ลูกค้าเข้าใจกลไกการบำบัดร่างกายโดยธรรมชาติและแนะนำการใช้น้ำมันนวดที่เหมาะสมกับร่างกาย (ปัจจุบันขายกันแต่กลิ่นหอมทางใจ ซึ่งไม่ได้ช่วยคลายพิษหรือช่วยกำจัดพิษในร่างกายตามหลักอายุรเวท) เมื่อลูกค้าหายหรืออาการดีขึ้นอย่างถาวร ลูกค้าก็จะบอกต่อๆ กันไปอีกหลายสิบคน บางครั้งการดูแลลูกค้าอย่างดีจนมีอาการดีขึ้นเพียงไม่กี่คนก็เป็นกระบอกเสียงอย่างดีในการช่วยแนะนำบอกต่ออีกหลายร้อยคนครับ ดังนั้นการสร้างจิตสำนึกที่ดีในการให้บริการของพนักงานทุกคนจึงมีความสำคัญมากที่สุดก่อนจะเริ่มสร้างบริการให้โดนใจลูกค้า